วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

Welcome to Mahachanachai district

ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก

      “ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก” (จัดขึ้นในทุกๆปีก่อนวันมาฆบูชา 1 วัน) ซึ่งจะนำข้าวตอกมาร้อยเป็นมาลัยสายยาวแทน “ดอกมณฑารพ” อันเป็นดอกไม้แห่งสรวงสวรรค์แล้วจัดขบวนแห่ไปถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องใน  เทศกาลวันมาฆบูชา
        มาลัยข้าวตอกดังกล่าวสื่อความหมายแทนดอกมณทารพ ซึ่งเป็นดอกไม้แห่งสรวงสวรรค์ที่จะบานเฉพาะในวันที่มีเหตุการณ์สำคัญที่ เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า ซึ่งได้แก่ วันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานและวันที่ทรงแสดงธรรมจักกัปปวัตนสูตร

ma-rai-kao-tok5645_resize

         การแห่มาลัยข้าวตอกเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชาเป็นประเพณีดั้งเดิมของชุมชนบ้านฟ้าหยาด ที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน ในการแห่มาลัยข้าวตอกนั้น พวงมาลัยที่ทำเสร็จแล้วจะนำไปแห่ในวันเวลาที่นัดหมายกัน คือแห่ไปถวายวัดฟ้าหยาดช่วงจัดงานบุญประจำปี (บุญกุ้มข้าวใหญ่) บุญคูณลาน และบุญพวงมาลัย ซึ่งจัดทำพร้อมกันช่วงเดือนยี่ (เดือนสอง) และแห่ไปถวายวัดหอก่องในวันขึ้นสิบสี่ค่ำเดือนสาม ก่อนวันมาฆบูชาหนึ่งวัน ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของพวงมาลัยจึงนำมาลัยของตยเองมารวมกันยังที่นัดหมายมีขบวนกลองยาวช่วยเพิ่มรสชาติความสนุกสนานมีชีวิตชีวาในการแห่ma-rai-kao-tok5660_resize
        เจ้าของพวงมาลัยจะใช้ไม้ใผ่ลำยาวเพื่อยกหรือชูมาลัยให้สูงจากพื้นดิน จะได้ไม่ห้อย (ระ) ติดพื้นดิน เพราะสิ่งของที่จะเป็นพุทธบูชาถือว่าเป็นของสูงค่ายิ่งนัก ในขบวนแห่นอกจากพวงมาลัยข้าวตอกแตก และพวงมาลัยเส้นฝ้ายแล้ว ยังมีพานพุ่มที่จัดเป็นพุ่มเงิน พุ่มทอง และพุ่มดอกไม้ที่จะประดับตกแต่งด้วยเงิน สิ่งของละปัจจัยไทยทานที่ประสงค์จะทำบุญตามกำลังศรัทธาของแต่ละคน
ma-rai-kao-tok5617_resize
วิธีการร้อยมาลัยข้าวตอก ผู้ที่ทำพวงมาลัยจึงนำข้าวตอกแตก หรือฝ้ายมาทำพวงมาลัย ดังนี้
1.พวงมาลัยข้าวตอกแตก จะร้อยต่อดอกแบบอุบะ โดยมีความยาวอยู่ 3 ขนาด เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า ทำสายพวงมาลัย จำนวนสายมากน้อย เล็กหรือใหญ่ ตามแต่ศรัทธากำลังความสามารถของผู้ทำสายมาลัยจะผูกนำมามัดใส่กรงที่ทำด้วยไม้เป็นรูปสามเหลี่ยมสองอันผูกไขว้กัน ซึ่งจะทำให้เกิดมุมดังนี้
– มุมนอก 6 มุม จะมัดสายมาลัยที่สั้นที่สุด มุมละ 5-9 สาย
มัมใน 6 มุม จะมัดสายมาลัยที่ยาวขนาดกลาง มุมละ 5-9 สาย
-ตรงกลาง จะทำเป็นพวงใหญ่และยาวที่สุดสายเดียว จะมัดโยงมาจากไม้ที่ใช้ห้อยพวงมาลับแห่
2. พวงมาลัยเส้นด้าย ก็จะนำฝ้ายที่ทำเป็นเส้นด้สยเป็นติ้ว (ไจ,ไนหรือปอย) แล้วมาตกแต่งใส่กรงไม้เหมือนพวงมาลัยข้าวตอกแตกจะมีมุมนอก มุมในและตรงกลาง


ma-rai-kao-tok5614_resizema-rai-kao-tok5610_resize

สายมาลัยข้าวตอกแตกหรือมาลัยฝ้าย เมื่อมัดใส่กรงไม้แล้วก็จะนำมาประดับตกแต่ง ดังนี้
1.ตกแต่งเป็นลวดลาย เช่น ลวดลายตาข่าย ลายเกล็ด ลายก้านสามดอก ลายกระเบื้อง ลายสี่ก้านสี่ดอก ลายดาวกระจาย ลายแก้วชิงดวง ลายแมงมุม ลายดาวล้อมเดือนและลายวิมานแปลง ตามแต่ฝีมือและความรู้ความชำนาญ
2.ตกแต่งด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ ทำเป็นดอกไม้ พู่ พุ่ม หรือสีสันของการประดิษฐ์งานฝีมือ


ma-rai-kao-tok5682_resize

ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก เป็นอีกประเพณีหนึ่งที่น่าสนใจมากๆคถ้าหากมีเวลาว่างหรือมีโอกาสก็อย่าลืมแวะไปเที่ยวชม (งานจะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันมาฆบูชาซึ่งจะจัดขึ้นในทุกๆปี)มาซึมซับบรรยากาศความเป็นประเพณีแบบอีสานดั้งเดิมบ้านเฮากันรับลองว่าผู้มาเยือนต้องประทับใจอย่างแน่นอน

วัดพระพุทธบาทยโสธร
            

          วัดพระพุทธบาทยโสธรโบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชีทัศนียภาพสวยงามสงบร่มเย็น ได้แบ่งสัดส่วนเป็นเขตโบราณสถานและโบราณวัตถุชัดเจน ภายในได้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึก นับว่าเป็นสิ่งมงคลที่ประชาชนหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญมีเจดีย์วัดพระพุทธบาทยโสธร ชั้นแรกมีการจัดแสดงเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวอีสานครั้งอดีต และเป็นห้องสมุดสำหรับค้นคว้าพระธรรมวินัย พระไตรปิฎก ชั้นที่ 2 จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนบูรพาจารย์ ส่วนชั้นสุดท้ายได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุประดิษฐานในบุษบกแกะสลักสีทอง นอกจากนี้พระอุโบสถวัดยังประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วย


            วัดพระพุทธบาทยโสธรแห่งนี้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท โดยพื้นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเป็นเนินทรายขาวสูงงอกขึ้นกลางพื้นที่ลุ่มแม่น้ำชีนับเป็นโบราณสถานอันล้ำค่าของจังหวัด นอกจากนี้ในบริเวณเดียวกันยังพบพระพุทธรูป ศิลาแลงปางนาคปรกหินทราย (หน้าตักกว้างประมาณ 1 ศอก) และศิลาจารึกหินทราย (สูง 1 เมตรกว้าง 50 เซนติเมตร) ข้อความบนศิลาจารึกที่เป็นอักขระขอมผสมบาลีนั้น มี สภาพลบเลือนจนไม่สามารถอ่านได้อย่างสมบูรณ์ แต่พอจะถอดความได้ว่าโบราณวัตถุทั้ง 3 นี้ พระมหาอุตตปัญญาและสิทธิวิหาริก (ผู้ศรัทธาหรือลูกศิษย์) นำมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อพ.ศ.1378


             เสนาสนะ ที่สำคัญภายในวัดเจดีย์ 8 เหลี่ยมทรงระฆังคว่ำสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี
             ภายในเป็นที่บรรจุของพระบรมสารีริกธาตุ และ หุ่นขี้ผึ้งของบูรพาจารย์ จำนวน 8 องค์พระอุโบสถมีความงดงามตามแบบศิลปะประยุกต์ เน้นความเรียบง่ายของสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะการทาสีของอาคาร ส่วนใหญ่ในวัดด้วยสีขาวล้วน เมื่อสะท้อนกับแสงแดดในเวลาต่างๆจะให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป  ภายในประดิษฐานพระประธานที่เจียระไนจากหยกขาวขนาดหน้าตักกว้าง 2.31เมตร สูง 3.7 เมตร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปหยกขาวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 

การเดินทาง
            ห่างจากอำเภอเมือง 45 กิโลเมตร ตามเส้นทางยโสธร – คำเขื่อนแก้ว-มหาชนะชัย –พนมไพร (ทางหลวงหมายเลข 23, 2083 และ 2227) 


10 ความคิดเห็น: